:::: Concert Diary ::::

 

สวนวชิรเบญจทิศ (สวนรถไฟ) 8 พฤศจิกายน 2546

     นั่งบนส้วม 3 ครั้งภายในครึ่ง ชม.หลังจากการแสดงคอนเสิร์ตที่สวนรถไฟ กลับมาถึงก็ได้ไหว้ กอด ท่านโถส้วม ก่อนจะนั่งบนท่าน ตอนแรกกลัวเป็นโรคไข้เลือดออก ทีหลังก็ดีใจว่าจะเป็นแค่อาหารเป็นพิษ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าบาปทั้งหมดจะแตกตัวออกให้ได้ ซึ่งมือกีต้าร์ หน่องกล้าถามผมตอนเย็นว่าพี่เป็นโรคกระเพาะหรือเปล่า เราทิฐิตอบเลยว่าเป็นไปไม่ได้ ผมเป็นเด็กดีมาก กินกาแฟเมื่อไหร่ย้ำตัวเองให้มีอะไรรองท้องก่อน ซึ่งจริงๆแล้วนี่เป็นข้ออ้างที่ดีมากที่จะกินขนม เคยเป็นต่อมลูกหมากอักเสบ เพิ่งจะรู้ว่าเป็นประจำเดือนเป็นอย่างไรบ้าง ให้คะแนนกับตัวเองที่ขึ้นเวทีได้ในคืนนี้ นั่งอ่าน Comment จากผู้ชมใน Concert คืนนี้ที่สวนรถไฟใต้แสงจันทร์เต็มดวงอ้วนเป่งในวันลอยกระทง
      วันนี้ตื่นขึ้นมานอนไม่ค่อยพอ ยังเป็นไข้ ท้องยังเป็นสี่แยก อ.ส.ม.ท ทั้งติด ทั้งมั่ว แต่ขยับตลอด กินนมเปรี้ยวเข้าไป นั่งคุยงานเปิดตัววันที่ 21 22 นี้ รู้สึกว่าไม่พร้อม นั่งคุยเรื่องเพลงที่จะเล่นช่วงปีใหม่กับ นุ หน่อง Al ก็ได้ความมั่นใจเพิ่มเติมว่า ไม่พร้อมอีก กลัวจะแสดงไม่ไหวคืนนี้ แต่ 3000 กว่างานใน 7 ปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยโทรลาป่วยสักครั้ง นั่งรถตู้ไปงาน ร้องเพลงกันบนรถตู้ แล้วก็ย้อนนึกถึงความทรงจำสวยงาม สวนรถไฟที่เคยเป็นสนามกอล์ฟ เคยไปเล่นกับหญิง แอบจูบกันตลอดทาง แล้วผู้ชายอเมริกันสามคนที่ร่วมสร้างคดี เพราะตีลูกกอล์ฟโดนหัวชาวบ้านแล้วหัวเราะกันแทบเสียชีวิต ไม่เป็นที่ประทับใจของชาวบ้าน ไม่แน่นั่นอาจจะเป็นเหตุผลแท้จริงที่เค้าปิดสนามกอล์ฟนี้ นอกจากอยากให้คนมีสุขภาพที่ดี ต้องเป็นห่วงสุขภาพคนที่ต้องตีกอล์ฟร่วมกับไอ้ทอดด์ มาถึงงานแล้วเข้าไปทักน้องเป้ไฮร็อค ก็ได้เห็นหน้าตาเก็กเหมือนเดิม ผมแอบคิดในใจว่าใครบอก นักร้องรูปหล่อว่าห้ามน่ารักกับคนอื่น เลยสวดมนต์ในใจให้เค้า
     เมื่อมาถึงหลังเวที 15 ปีหลัง เป็นที่กว้างที่โล่งที่ผมตีลูกกอล์ฟหายเรื่อยๆ ตอนนี้กลายเป็นเวทีเบ้อเริ่ม แล้วยืนหลังเวทีแอบดูหน้าเวทีมีคนเยอะแต่นั่งห่างเวทีประมาณสามอำเภอ จนคิดในใจว่าเอ๊ะคนอาจไม่เอาความบันเทิงเท่าไหร่ ท้องเริ่มขยับ เขย่า เตือนว่านักร้องอาจจะไม่รอด เพลงแรกแทนที่เพลงจะออกจากปากอาจจะหลุดจากรูทวารหนัก ไข้ขึ้น นั่งดู list เพลงที่จะเล่นกับนุ ผู้ชอบมองอะไรร้ายๆ ที่บอกผมว่า ไม่ต้องเขียนก็ได้ดูคนเอาก็แล้วกันเพราะท่าทางคนจะ Entertain ยากวันนี้ เพื่อความมั่นใจได้ถามน้องทีมงานหลังเวทีตอนวงขึ้นไปตั้งเครื่องว่าห้องน้ำอยู่ที่ไหน น้องน่ารักมากชี้ให้ดูว่า จริงๆไปเข้าที่โลกพระจันทร์ซึ่งเต็มดวงอยู่ตอนนี้ยังใกล้กว่า ห้องน้ำต้องข้ามดาวอังคาร แล้วก็ข้ามถนน ไปขอเข้าบ้านใครสักคน ไม่ทันแล้ว เพลง Back to Samui ขึ้น โดยจำคำเตือนของน้องๆว่า พี่อย่าหลุดสี่เหลี่ยมบนเวทีนะเพราะไม่มีไฟ Fallow ที่จะตามพี่ มีแต่แสงที่จัดไว้ ถ้าพี่หลุดสี่เหลี่ยมนั้นต้องอยู่ในความมืด หัวเราะในใจนึกถึงอีกครั้งที่อยู่ในความมืด ยิ่งกลับไปนึกถึงตอนที่อยู่มหาวิทยาลัยแล้วแสดงละคร และเป็นนักแสดงที่เก่งที่สุดในการโดนด่าจากคนสอนเพราะหลุด สี่เหลี่ยมตลอดจนเริ่มจะถือสี่เหลี่ยมของตัวเองแล้ววางหน้าตนเองเพื่อไม่ต้องผิดอีก แต่เมื่อขึ้นเวทีไม่ใช่แค่พระจันทร์ที่ขึ้นบนฟ้าตรงหัวเรา สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นเมื่อคนเริ่มย้ายเก้าอี้ ลูกหลานและรากแห่งชีวิตขึ้นมาหน้าเวทีหมดเลย เหมือนกระแสพลังที่กระหึ่มใต้พื้นดินแล้วโผขึ้นมาที่สี่เหลี่ยมที่ผมยืนอยู่ข้างในอย่างดี พาผมดิ้นกระจายหลุดสี่เหลี่ยมหลายรอบ จบเพลงรู้สึกปลื้มใจและดีใจมากที่ไม่มีของขวัญหลุดออกมาอยู่ในกางเกง แต่คนเชียร์ เฮฮา และเด็กๆมาหน้าเวทีเพียบ เป็นฝูงเลย เมื่อเริ่มแซวเด็ก มีตัวแสบที่นั่งอยู่หน้าเวทีบนเก้าอี้เหมือนกษัตริย์ แว่นหนาเหมือนก้นขวดโค้ก นึกในใจว่าเด็กคนนี้พิเศษ แสงจันทร์กระทบหน้าทำให้ผมพลาดครั้งแรกที่เค้าบอกชื่อตัวเองว่า ตุ๊ต๊ะ เรียกเค้าประมาณสิบชื่อกว่าจะได้ ต๊ะ น้องกล๊ะ น้องฟ๊ะ กว่าเค้าจะตะโกนดังมาก ผมชื่อต๊ะ นี่คือคำสั่งไอ้ทอดด์ ผมเลยเล่าเรื่องเพลง SeaMyth เรื่องพ่อกับลูก เรื่องลูกพิเศษอย่างทอดด์ อย่างต๊ะ ร้องอย่างแข็งแรง เหงื่อหยดติดผิว ทั้งเหงื่อธรรมดาจากการเต้นกระจายภายในสี่เหลี่ยม แล้วเหงื่อเยอะที่มาจากการเป็นไข้ แอบคิดในใจว่าถ้าเสียชีวิตต่อหน้าคุณต๊ะ คำพูดสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นใจของผมคงเป็น "ผมชื่อต๊ะ" ผมมีความสุขร้องเพลง SeaMyth นึกถึงพ่อผมเหมือนเดิม นึกถึงเด็กพิเศษที่ได้รู้จักในชีวิตที่ผ่านมา ไม่ว่าเป็นน้องสาว Cally ที่หูหนวก และน้องแพมที่พ่อผมบังคับนวดตอนผมเป็นเด็กอายุห้าขวบ ร้องเสร็จและชาวบ้านที่มาฟังเพลงวันนี้โดยที่ไม่รู้จักเพลงนี้ ปรบมือและตะโกนว่าชอบๆ คนวันนี้น่ารักมาก คงหายาก เลยก้มลงด้วยความระวังอย่างมาก ไม่มีอะไรหลุดจากข้างหลังแต่ข้างหน้ามีคำพูดหลุดว่า "เพลงต่อไปอยากมอบให้น้องต๊ะและเด็กที่มีวิสัยทัศน์ไม่เหมือนคนอื่น" ต๊ะยิ้มตลอดเวลาเห็นทอดด์กระโดดกลับเข้ามาในสี่เหลี่ยมเพื่อเป็นเด็กดี และเมื่อขึ้นเพลง Horizon eYeS ซึ่งเป็นเพลงที่วัยรุ่นผู้หญิงชอบฟังในวิทยุ แต่คืนนี้เป็นเพลงของเด็กผู้ชาย เธอมองขอบฟ้าแสนไกล ตาเธอช่างสดใส (ภายในขวดโค้กที่หนามาก) การมอง การซับ ความสง่าที่ปรากฏในหน้าเด็กคนนี้ทำให้เพลงนี้มีความหมายมากขึ้น จนผมจ้องขอบฟ้าเพื่อร้องขอบคุณมันด้วยที่เป็นแรงบันดาลใจที่ให้แต่งเพลงนี้ขึ้นมา เห็นเด็กๆหน้าเวทีน่ารักกับเราเลยคิดว่าต้องลดความเท่ห์แทนที่จะเสนอเพลงชุดใหม่อย่างเดียว เล่นเพลงเก่าที่เป็นเพลงเด็กใช้ในงานมา 3 ปีแล้ว และเป็นเพลงประจำในรายการซุปเปอร์จิ๋ว ได้ดึงเด็กขึ้นเวที 10 คน เพื่อร้องพร้อมเราในเพลงเด็กวันหน้า ตอนเรียกเด็กแรกๆไม่เห็นขึ้นมา ตอนหลังขึ้นมาเป็นแถว อาจเป็นเสน่ห์ของผมหรือเพราะคำขู่ของผู้ช่วยสุภาพสตรีในทีมงาน Le Musiq ของเรา ที่กระซิบในหูเด็กๆว่าถ้าอยากอยู่ในโลกนี้ต่อไปให้ขึ้นไปบนเวที คำพูดแรกของเด็กคนแรกอายุ 2 ขวบ น้องมีนคือไม่เอาครับ แต่เด็กคืนอื่นเอาเต็มที่ ได้แสดงความสามารถพร้อมกับน้องมีนแสดงพุงซึ่งขนาดสู้ลุงผมได้ น้องบอยเล่นกีต้าร์โหดกว่าพี่หน่อง น้องเจดีดเบสเหมือนเลื่อยไม้ น้องโก้ตีกลองจนกลัวเวทีจะพัง แต่ข้างๆผู้ชายร้าย 3 ท่าน มีน้องจ๋ายืนสง่าเป่าขลุ่ย นอกจากนั้นมีเด็ก 4 - 5 คนยืนข้างๆพวกเค้าร่วมแสดงด้วยแต่ไม่ค่อยพอใจเนื่องจากเราไม่มีเสื้อยืดหรือหมวกเบียร์สิงห์พอแจกให้กับทุกคน พยายามอธิบายว่าถ้าเด็กคนไหนไม่ใส่เสื้อเบียร์ก็ดีเพราะเด็กคนไหนใส่เข้าไปในโรงเรียนจะถูกไล่ออก พวกเค้าไม่รับมุข แต่อีกไม่นานเข้าเพลงแล้วเด็กเขย่า เต้น วงสวนรถไฟของเราวันนี้มันส์ทั้งวง มีพระจันทร์อ้วน มีสนามกอล์ฟเป็นพ่องาน และลูกๆเราได้เล่นตามจังหวะของท่านพร้อมเด็กผู้หญิงสองคนที่อยู่ริมบนสุดเวทีทำหน้าไม่พอใจ ได้เอาเครื่องเขย่าเข้าจังหวะให้คนละชิ้น เค้าได้เขย่าท่าเหมือนถูกสั่ง ตามจังหวะที่สนุกมาก เพียงแต่ไม่ใช่เพลงของเรา ดีใจที่เห็นว่าการตีกลองของมือกลองเราไม่ได้รบกวนจังหวะของน้องสักนิด และเมื่อเด็ก 9 คน (น้องมีนเกษียณแล้วลงไปกินขนมกับแม่ข้างเวที) ขยับ เขย่า ตามจังหวะตัวเอง เราได้หยุดเล่นและตกลงกันว่าเราต้องฟังกัน คุณเล่นดนตรีเหมือนผู้ใหญ่ที่เป็นนักการเมือง ต่างคนต่างพูด ต่างคนต่างเล่น ไม่ช่วยกัน ฟังกันเถอะ จนเพลงจบลงหลังครึ่งชั่วโมง พร้อมน้องโก้ที่ตะโกนว่า "ของเรา" ผมหมายถึงโลก เค้าหมายถึงเสื้อยืด สำหรับเด็กคนอื่นที่ไม่ได้เสื้อ ผมตะโกนบอกเจี๊ยบให้แจกคนละร้อย แต่ในนามบริษัทเราเจี๊ยบงกเลยไม่รู้เมื่อไหร่พ่อแม่จะมาเก็บตังค์ที่บ้านเรา เพลงจบสวยทั้งรายการจบเกือบจะเท่ห์เพียงแค่เด็กไม่ยอมลงจากเวที ยืนมองหน้าทอดด์ ผมพูดเพราะ"ขอบคุณครับ" พูดใบ้ๆ"ค่อยกลับมาเจอกัน" จนสุดท้ายต้องสั่ง "ลงไปตอนนี้เลย" เด็กหัวเราะ เราเลยเสี่ยงโชคเล่นเพลง LayDeeBoyZ ต่อเผื่อจะมีกะเทยขึ้นมาเต้นด้วย เป็นเพลงที่ผมชอบตั้งแต่ผมแต่งเนื้อและมีเสียงประสานหลอนๆของน้องเจี๊ยบ (คนที่งกับเด็กที่ผมพูดถึงเมื่อกี้) แต่เมื่อแสดงสดไม่ค่อยจะมันส์ถ้าไม่มีกะเทยร่วม แต่เราตัดสินจะเล่น คนขยับบนหญ้า ไม่ถึงกับดิ้น จนขึ้นเพลงหมอลำแล้วผู้ชายที่ยืนริมๆเวทีได้ออกมาเต้นหน้าเวทีเหมือนน้ำที่อยู่ในเขื่อนอยู่หลายฤดูแล้ว ไหลลงมาหน้าเวทีแล้วดิ้นกระจาย จนพระแม่คงคาดึงฝรั่งที่ร้องเพลงอยู่ให้กระโดดลงข้างล่าง ไปดิ้นร่วมกัน ดิ้นกับทุกคน คุณยาย พี่น้องผู้หญิงที่อยากเต้น ผู้ชายที่หมั่นไส้ เด็กขวบเดียวที่จ้องหน้าทอดด์เหมือนพระจันทร์ลงหามาเอง โยกตามด้วย เพียงแต่ขาของเธอยังไม่ทำงานเป็นคู่ ดิ้นอยู่คนละตำบล จนตัวแสบถล่มลง เหมือนโรงแรมที่มีเจ้าของขี้เหนียว เราแอบคิดในใจว่าการแสดงแบบนี้แหละที่อยากสร้าง ของเด็กก็มี เพลงใหม่ได้เสนอพร้อมเรื่องราวและมีผู้ฟัง น้องต๊ะยังจ้องอยู่ เมื่อเราแนะนำมือกีต้าร์สองคน หน่องกับนุ เหมือนทุกครั้ง หน่องขึ้นเท่ห์ๆ นุขึ้นมาให้ผู้ชมได้ชมก้นด้วยกันหันหลับปรับตู้กีต้าร์ โซโล่เพราะทั้งคู่ เล็กดีดเบสและ Al ตีกลอง เข้าเพลง BLACKend BLUEs แล้วรู้สึกว่ามันมันส์จริงๆ จังหวะโยก ยกทุกอย่าง คนดิ้นก้นหัก ยกเท้าของคนที่ตั้งๆใจจะยืนนิ่งๆ รู้สึกจะยกหญ้าขึ้นมาด้วยสองสามต้น พร้อมอุณหภูมิในร่างกายนักร้องขึ้นสูงเฉียดหลังคาเต้นที่กางอยู่บนเวที เมื่อหน่องยกกีต้าร์สู่หน้าทอดด์ ทอดด์รู้สึกว่าไข้หลุดออกมาจากหูทอดด์ เห็นนุกับหน่องเล่นกีต้าร์สู้กันจริงๆ เนื้อเพลงมีความหมายมากขึ้น "We could walk on water but shit we couldn't see a thing." เราเดินบนผิวน้ำได้แต่จะไม่เห็นอะไรสักอย่างนะเว้ย จนนึกขึ้นในใจว่านี่ไม่ใช่แค่เพลงพายุแล้ว แค่ประโยคนี้มีความหมายเยอะในงานของเราคืนนี้ ผมมาที่นี่ไม่สบาย คิดว่าต้องบริการคนแต่ชาวสวนรถไฟนี้ยึดงานของผมเอง เอาคำร้องของทอดด์กลับมายื่นให้ พร้อมความหมายเพิ่มเติม พร้อมสีสันมากขึ้น แอบดูน้องต๊ะ ยังเขย่าอยู่บนเก้าอี้เมื่อพิธีกรสวยแถมฉลาดด้วย น้องโน้ตออกมาถามถึงชุด Back to the Beach และผลงานอื่นของเรา รู้สึกว่าเหงื่อที่เต็มในเสื้อในกางเกง บนผิวของทอดด์ทั้งหมดมีความหมายทุกหยด เพราะมันไม่ได้เป็นของผมเอง มันเป็นของเด็กๆ ลงจากเวทีเหมือนคนเมาอะไรสักอย่างที่แรงกว่ายา หนักกว่าเหล้า ร่างกายมันเดินแข็งของมันเอง พร้อมเหงื่อที่เริ่มกลั่นเป็นเมฆภายในกางเกง เช็คข้างหลังไม่ได้ถืออะไรหนักเลยรู้สึกว่ารอด เห็นมีกระทงที่บ่อน้ำเลยอยากพามือกลองจากอเมริกา Al ไปลอยกระทง ก็เลยวิ่งข้ามสวนไปจนเจอคนขายกระทง ซื้อกระทงพร้อมซื้อน้ำกระเจี๊ยบ หิวน้ำมากกินเข้าไปแล้วบอกคนขายว่า น้ำกระเจี๊ยบของคุณทำให้ไม่ต้องซื้อกระทงแล้วแค่นี้ก็หมดทุกข์ถึงปีหน้า คนขายร่างกายสมบูรณ์หัวเราะจนตัวเขย่าเหมือนกระทงบนผิวน้ำ เมื่อกะจะวิ่งข้ามสวนกลับ น้องโจ้จับแขนผมแล้วพูดอย่างเครียดว่าขอบอกอะไรได้ไหม ผมคิดว่าขี้หลุดแน่ แม่เด็กมาตามฆ่าเอาเงิน 100 บาท แต่โจ้บอกคดีแรงกว่านั้น พี่ทอดด์ไม่ควรวิ่งในสวนเดี๋ยวเค้าคิดว่ามีเรื่องตีกัน ตามคำสั่งที่ไม่หลุดสี่เหลี่ยมผมเลยเดินพร้อมพี่โจ้กว่าจะไปถึงบ่อน้ำ ได้อธิบาย Al ว่าต้องลอยความทุกข์ทั้งหมดใส่กระทงนี้ ให้กระทงใหญ่สุดกับ Al ซึ่งวันนี้เป็นวันครบรอบ 2 ปีกับการตายของคุณพ่อ แล้วก็คิดถึงเค้า แต่ผมบอก Al ว่าต้องคิดถึงสิ่งที่สวยงาม ไฟที่มาจากเทียนบนกระทง ทั่วบ่อน้ำนี้ ไฟที่มาจากโคมที่อยู่ทั่วทุ่งหญ้า เพราะมันไม่ยอมขึ้นฟ้า แต่ผมเองยกกระทงอยากจะนึกถึงทุกข์ แต่เหมือนอย่างอื่นในร่างกายมันไม่ออกเพราะได้แต่คิดว่าผมได้อะไรมาเยอะมากในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าเป็นสุขภาพ เป็นเพลง เป็นโอกาสทำในสิ่งที่รัก พี่น้องกับแม่ ที่ยังอยู่ พ่อที่อยู่ในร่างกายผมทุกครั้งที่ร้องเพลง (แต่ไม่ยอมเข้าห้องน้ำด้วยกัน) นึกถึงหน้าเด็กอยางน้องต๊ะ หัวใจจะล้นเมื่อหันหน้าเห็นน้อง เจี๊ยบ เอ๋ อั่ม โจ้ แอล และติ่ง ที่ยังคุยโทรศัพท์อยู่สู้งานให้เราพร้อมเพื่อน พี่เจี๊ยบที่เป็นเพื่อนเรา 5 ปีกว่าแล้ว ที่ผมดูแลไม่ดีแต่เป็นกำลังใจและพยายามดูแลเรามาตลอด ตาผมลอยบนน้ำเห็นภาพหญิง 15 ปีที่แล้วตอนเราจูบกัน กอดกันบนหลุม 17 นี้ เห็นหน้า Rob, Steve หัวเราะกันบนสนามกอล์ฟตอนเราถูกไล่ เห็นความฉลาดอย่างง่ายๆที่เอาสนามกอล์ฟออกจากคนรวยปล่อยให้เป็นสวนของคนทั่วไป เห็นเงาพระจันทร์หัวเราะเราทุกท่านบนน้ำ จนหลอนเห็นเทพ Poseidon ขึ้นแตะผิวน้ำท่ามกลางกระทงเป็นร้อย จริงๆเป็นเด็กผู้ชายที่กำลังหยิบเหรียญที่คนวางไว้ในกระทงเพื่อโชค คิดในใจว่าได้ตอบสนองทุกคนที่หวังถึงโชคดี เพราะเป็นโชคดีของเด็กคนนั้นที่ทุกคนเอาเหรียญใส่ในกระทงผมเลยยกกระทงขึ้นแล้วสวดมนต์ดังๆให้เด็กได้ยิน เทพทั้งหลายของสวนรถไฟผมมอบกระทงนี้เพื่อให้เด็กดีได้โดนปลิงดูดเลือด เราหัวเราะกันจนยักษ์ Lochness จมลงในน้ำและขึ้นมาพร้อมเสียงหัวเราะ คนข้างๆริมน้ำหัวเราะกันทั้งพ่อแม่ลูก แม้แต่แมงป่องที่เค้าเอามาทอด (เรื่องจริงนะ) เรานั่งรถกลับบ้านผมเหงื่อเต็มพร้อมแสงจันทร์ท่วมในหัวใจและไม่มีของขวัญที่ไม่ประสงค์ในกางเกงเลยพาทีมแวะไป FoodLand ที่มีคนเพียบ เสียงดังเหมือนในสงคราม ภายใน 7 นาทีมันหยุดหมดเลย เหมือนเราเพิ่งซึมซับสิ่งที่สวยงามในคืนพระจันทร์เต็มดวงนี้ 15 ค่ำเดือน 12 จนมาถึงบ้าน กลับมาถึงที่เริ่มเรื่องนี้บนส้วม อ่าน Comment ของคนที่ไปดูงานเราแล้วเจอ Comment ของแม่น้องต๊ะ เป็นนักร้อง นักพูด มี Leadership สูง มีความสามารถในการแสดงของตัวเอง โดยให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วม ไม่น่าเบื่อ รวมทั้งเด็กๆด้วย เข้าใจวัตถุประสงค์ของการมีดนตรีในสวน อุทิศตนเพื่อสังคมเป็นสิ่งที่ดี คิดว่าเป็นจุดเด่นของคุณทอดด์ Please keep your good point to the Social and edutainment for the children. I like your stlye and your thought and your songs. Thanks. แม่ของตุ๊ต๊ะค่ะ ทำให้น้ำตาไหล แม่เข้าใจสิ่งที่เราทำผมนึกในใจว่าช่วงนี้ที่ผมสงสัยความสัมพันธ์กับพระเจ้าของตัวเอง สงสัยอาชีพ สิ่งที่ทำอยู่ มีเสียงก้องในใจว่านี่แหละ ทำต่อสิ คุณถูกสั่งมาเพื่อทำสิ่งที่ทำอยู่ คือนั่งบนส้วม เอ้ยไม่ใช่ แสดงคอนเสิร์ต เขียน ร้อง พูดถึงความรักนี้แล้วไม่ต้องโกรธพระเจ้าสำหรับสิ่งที่เห็นคนอื่นขาด เห็นคนอื่นเจ็บแต่แค่พาท่านไปด้วยกัน เดินทางร่วมกันเพราะตอนนี้ค่อนข้างจะลุย โดดเดี่ยวในความเชื่อและคงไม่มีท่านอื่นที่อยากเดินทางร่วมกันเท่ากับพระเจ้าเท่านั้น พระเจ้าที่เป็นความรัก ที่เป็นพระพุทธเจ้า ที่เป็นแสงจันทร์ ที่เป็นรอยยิ้มของน้องต๊ะ ที่รู้เท่าผมว่าจะเต้นรำข้างไหน ท่าไหน สูงหรือต่ำตามจังหวะเค้าหรือจังหวะของเรา ยังไงต้องกลับมาสู่สี่เหลี่ยมแห่งความรักที่เป็นหลุม 17 ที่เกิดและที่ไปของความรักก้อนหนึ่งที่เราเรียกว่าชีวิต "Oongalaboongalababy" ขอบคุณ กทม. ทีมงานบริษัท....ผู้จัดงาน ทีมงาน Le Music และครอบครัว Lavelle ที่ให้หนูทอดด์ได้มีโอกาสมาเล่นกับหนูต๊ะ

Click for large picture

เบียร์สิงห์ สนับสนุนเราเต็มที่ สมุยนาเทียน รีสอร์ท มีน้ำใจงามกับงานของเรา
| The Works | - | Back To The Beach | - | Show Time | - | Products | - | About Us |

Contact Us : todd@toddeastwest.com
Copyright c 2003 Lavelle Entertainment All rights reserved.

บริษัท ลาเวลล์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
623 หมู่บ้านสินธร ซอย11 ถนน แฮปปี้แลนด์
แขวง คลองจั่น เขต บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทร./แฟ็กซ์ 02-733-2709, 02-375-6765