|
Back
to the beach concert coral พัทลุง - ไม่ต้องการอะไรมาก
9
กรกฎาคม ผมนั่งแท็กซี่ ไปสนามบิน JFK คนขับเป็นมนุษย์ท่านแรกที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรกของตัวเองที่ผมเจอในเมืองนิวยอร์ค
ส่วนใหญ่เจอแต่คนอินเดีย คนบังคลาเทศ ที่อยากเล่าถึงแต่โรตีที่บ้านเขา
รู้สึกแปลกมากที่ได้พูดภาษาอังกฤษอย่างคนนิวยอร์คกับคนขับ เข้า check
in แล้วเจอพนักงานเท่ๆ ของสายการบินสิงคโปร์ พวกนี้เข้าใจการบริการ
สุภาพ มีประสิทธิภาพ มีเวลาให้น้ำใจในทุกขั้นตอน ผู้หญิงที่ดูแลการ
Check in เป็นคน อาร์เจนติน่า เธอเล่าถึงน้องชายที่เล่นดนตรี ผมสัญญาว่าสักวันหนึ่งจะไปเล่นที่โน่น
และจะแวะไปพักบ้านเขาสัก 6 เดือน
บนเครื่องบินเริ่มนับเวลาถอยหลังแล้ว
อีก 40 ชั่วโมงถึงพัทลุง ไม่มีโอกาสนอนแน่ เที่ยวแรก นิวยอร์ค ไป แฟร็งเฟริ์ด
มีเด็กอเมริกัน 70 กว่าคนที่เป็นกลุ่มทัวร์เล่นดนตรี ไม่เงียบ ไม่นิ่ง
ขึ้นเขา ลงหุบ ตั้งแถวเดินบนเครื่องบินเหมือนเป็นค่ายเนตรนารี จาก
แฟร็งเฟริ์ดไปสิงคโปร์ ผ่านภาคใต้ของประเทศไทย ผมคิดในใจถ้ามีร่มจะได้กระโดดลงไปแล้วจะได้นอนตั้งแต่ตอนนี้
แต่ความเป็นจริงต้องถึงสิงคโปร์ และเป็นสิงคโปร์ - กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ
หาดใหญ่ ซึ่งมีเพื่อนที่รัก ผู้ก่อสร้างศิลปินรุ่นใหม่ รอง ผ.อ.
ของวิทยาลัยนาฏศิลป์พัทลุง อาจารย์ท่านนั้นคืออาจารย์เหน่ง ซึ่งมารับผม
เขามาพร้อมผู้ร่วมคดีสองท่าน ลูกสาวอายุ 12 ปี น้องเฟิร์น ลูกชายอายุ
9 ขวบน้องไฟท์ นัยน์ตาเขาพร้อมที่จะรับค่าจ้าง คือว่าในปีใหม่ที่ผ่านมามีการแสดงใหญ่ที่เกาะสมุย
ผมจ้างน้องเฟิร์นน้องไฟท์ร้องเพลงคู่โลกกับเรา ยังไม่ได้ใช้หนี้เลย
แต่ผมได้ซื้อเครื่องเล่นซีดี JVC จากสนามบินสิงคโปร์มาให้ เมื่อครบแก๊งแล้วเราได้ซิ่งบนถนนจากหาดใหญ่สู่พัทลุง
93 กิโลเมตร หัวผมหมุนตลอดตอบคำถามเกี่ยวกับแต่ละปุ่มของเครื่องเล่นซีดี
นึกถึงงานที่ผ่านมา งานข้างหน้า ความรักที่อยู่รอบตัว
เราถึงเมืองพัทลุงตรงเวลาที่จะแสดงเป๊ะ
ผมแวะเข้าห้องพักในโรงแรม และเดินผ่านเตียงของโรงแรมตอนจะไปอาบน้ำเหมือนถูกแกล้งด้วยภาพที่นึกขึ้นมา
ผ้าห่มอุ่นๆ การอ้าขากว้างๆ และนอนหลับอย่างแท้จริง แต่ยังไม่ถึงเวลา
ก่อนการแสดงเราได้แวะ โรงเรียนพาณิชยการพัทลุง ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนถูกบริหารด้วยพี่น้อง
4 คน ขณะนั้นผมแย่แล้ว ไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว แต่พอผมตื่นขึ้นมา และได้เห็นเด็กๆ
แต่งตัวใส่ชุดไทยพร้อมป้ายที่เขียนว่ายินดีต้อนรับ Todd ทองดี ที่โรงเรียน
ข้างในก็มีสาวเซ็กซี่แคระ 20 คน 3-9 ขวบเขย่าก้นตามจังหวะเพลง Back
to Samui แต่งหน้าแต่งตา พ่อแม่เฝ้าดูอยู่อย่างภูมิใจ พร้อมผู้คิดท่า
อาจารย์ไก่ ซึ่งเป็นภรรยาของอาจารย์เหน่ง และเป็นผู้รำมโนราห์สง่างามอย่างแท้จริง
ผมนึกในใจว่าเป็นของขวัญทั้งหมด เด็กพวกนี้ โรงเรียนนี้ ทั้งหมดได้มาฟรี
เราถึงสถานที่แสดงคอนเสิร์ต ผมเจอวงที่รออยู่
หน่อง มือกีต้าร์ 7 ปีเล่นด้วยกัน นุ 2 ปีเล่นด้วยกัน และเป็นผู้ก่อสร้างเพลงชุดใหม่
Back to the Beach ท่านจอม มือกลองชาวใต้ที่มาจากใกล้ๆ นี้เองคือ
อ.ระโนด จ.-สงขลา สุดท้ายมี Mr.เล็ก มือเบสของเรา เพียงแต่ผมไม่เคยเจอเขามาก่อน
ไม่มีโอกาสซ้อมด้วยกัน มีแต่รายชื่อเพลงที่เล็กเล่นได้ และนั่นก็แปลว่าวันนี้ผมร้องได้เฉพาะเพลงพวกนั้น
ผมขึ้นเวทีอาจารย์เหน่งแนะนำผมกับผู้ว่าพัทลุง นายกเทศบาลเมืองพัทลุง
และผู้ใหญ่ต่างๆ เห็นเขาดีใจมากแต่ไม่ใช่เพราะว่าไอ้ Todd มาที่นี่
แต่เพราะเราใช้ชื่อเขาในเอกสารที่แจกในงานคืนนี้ คืนนี้เป็นงานไทคัพของเบียร์สิง
มีอาหาร กีฬา บันเทิง ทั่วจักรวรรดิ สนุกที่ได้ร่วม และวงเราอาจจะเป็นแค่อีกมื้อหนึ่ง
อีกสีหนึ่ง และอาจจะเป็นการต่อเวลาของการแข่งขันทั้งหมด เราขึ้นเวทีและเล่น
คุย เต้นรำ เป็นเวลาชั่วโมงกว่าแห่งความสะใจ สนุก เมื่อมาถึงเพลง Back
to Samui ผมไม่กล้ามองหน้าเด็กหญิงสาวเซ็กซี่ที่อายุไม่ถึงสิบขวบอยู่บนเวทีเขย่าเต็มที่พร้อมเรา
น่ารักมาก แสงบนเวทีสะท้อนประกายในตาเขา รู้สึกตัวเองจะระเบิดด้วยความดีใจ
หันหน้ามาดู Mr.เล็กซึ่งเพิ่งอยู่บินเวทีด้วยกันครั้งแรก Mr.เล็กยิ้มเหมือนแตงโมที่ถูกผ่า
ผมพาเด็กๆ ขึ้นบนเวทีเพิ่มเพื่อถามบางสิ่งบางอย่าง แล้วต่อหน้ามอนิเตอร์หน้าเวที
มีผู้ยิ่งใหญ่ตัวเตี้ยมาก น้องมายด์ ดูเหมือนจะเป็นเด็กพิเศษ ดูเหมือนจะเกิดก่อนกำหนด
หรือเปล่า ไม่แน่ใจ เธอยืนด้วยท่าระแวงผม แต่ใกล้ คนดูทั้งหมดมาร่วมและมาลุ้น
รอคำตอบเมื่อผมถามว่า กลัวพี่ทอดด์มั้ย มายด์มองหน้าผมเลย มายด์กลัวพี่ทอดด์ค่ะ
คนดูทั้งหมดหัวเราะ แต่เราเล่นต่อ เด็กๆเต้นรำกันบ้าๆบอบอ น้องมายด์จับเครื่องดนตรีและเขย่าเล่นตามจังหวะของตัวเอง
ไม่ค่อยเกี่ยวกับเรา แล้วหยุดอีกครั้ง เธอยิ้มใหญ่กว่าเดิม จ้องหน้าผม
แล้วตอบคำถามเหมือนเดิม ค่ะมายกลัวพี่ทอดด์ค่ะ สุดท้ายหลังร่วมเหงื่อเต้นรำ
ตะโกน กรี๊ดกันเต็ม 3 นาทีจนเพลงจบ ทั้งเวทีเงียบสนิทและผมหันหน้ามาถามน้องมายด์ครั้งสุดท้าย
คุณกลัวพี่ทอดด์มั้ย คนดู 2000 กว่าคน เวทีเต็มไปด้วยเด็ก วง ดาวอังคาร
ทั้งจักรวาล หยุดหมุนทั้งหมด และรอคำตอบ พี่ทอด์ดไม่น่ากลัวค่ะ น้องมายด์ปรารภ
คนดูเชียร์ใหญ่ ไม่ได้ยินตอนน้องมายด์พูดต่อว่า แต่ชั้นกลัวเขามาก
เราไล่เด็กคนนี้ออกจากเวทีเพื่อเข้าเครื่องผลิตใหม่ อีกสักครู่เด็กรุ่นใหญ่อายุ
60 ปีขึ้นไปขึ้นเวทีร้องเพลงปักษ์ใต้บ้านเรา คร่อมจังหวะเต้นรำรอบตัวเรา
กลิ่นของเหล้าและไทเบียร์ ออกจากร่างกายแต่ละคนเหมือนควันออกจากกุนเชียง
ผู้ชายแก่กลายเป็นหนุ่มอีกครั้งเต้นรำ ตะโกนกัน ตาหมุนเหมือนเคลิ้ม
ผมขอเค้ามาร่วมขอบคุณพระจันทร์และกลางคืนสำหรับชีวิตที่เราได้มาร่วมแบ่งปันวันนี้
เราร้องเดือนเพ็ญด้วยกันและในช่วงที่ร้องใต้แสงจันทร์ อัสนี พลจันทร์
ได้กลับมาพร้อมคำพูดและความเชื่อของเขาว่า คุณเอาคนออกจากพัทลุงได้
แต่ไม่สามารถเอาพัทลุงออกจากใจคนพัทลุงได้ ท่ามกลางความซึ้ง ผมตระหนักได้ว่า
เราเกือบลืมว่าเครื่องเล่นซีดี JVC นั้นได้แลกกับการแสดงทั้งสองครั้ง
เหลืออีกครั้งหนึ่งคือคืนนี้ก็เลยเชิญน้องเฟิร์นกับน้องไฟท์ ขึ้นเวทีร้องเพลงคู่โลกคู่กับเรา
เพลงนี้มาจากชุด U&Me ของเราและดูเหมือนความหมายของมันจะเติบโตทุกครั้งที่เราเล่น
ชีวิตได้อยู่คู่โลกคือคำร้อง ตอนร้องอยู่กับเด็กเยอะๆที่นั่งอยู่บนเวทีรอบตัวเรา
ในสมองผมเห็นภาพของไอ้ จอร์จ บุช เห็นภาพทหารอเมริกันเสียชีวิต เห็นภาพคนมุสลิมโมโห
คนคริสต์โมโห และภาพของคนพุทธซึ่งเต็มไปด้วยน้ำใจที่ยืนอยู่หน้าเวที
เด็กๆนั่งรอบตัวผม ความอบอุ่นและพลังแห่งจิตของเขาไหลเข้ามาในร่างกายผม
น้ำหนักของอนาคตเขา อยู่ทั่วอากาศ รู้สึกอากาศในพัทลุงวันนี้จะหนัก
คู่โลกนี้เป็นของเขา เขาควรมีโอกาสเต้นรำกับมัน ผู้ใหญ่ไม่ควรจะทำร้ายมัน
แต่ก่อนจะซึ้ง มีเสียงตะโกนในใจว่า ชั่งแม่ง และเราระเบิดอีกครั้งเข้าเพลง
Back to Samui อีกรอบนึง ครั้งนี้เด็กเต็มทั่วเวที ทั้งใหญ่ทั้งเล็ก
และเล็กกว่านั้นอีก กระโดด และตะโกนเหมือนมี แมลงสาบในกางเกงใน มีเด็กตัวใหญ่
รู้สึกจะเป็นลูกควาย กระโดดพร้อมจังหวะกับผม ตะโกนคำว่า Back To, Back
To ตลอด มั่วตามเพลง ผมนึกในใจว่าน่าจะเป็นคนแรกที่ร้องตามเพลงชุดนี้ได้
ผมหยุดเป็นนักแสดงแล้ว และร่วมในฝูงเด็ก หัวเราะกัน เต้นรำกัน ร้องกัน
ชนกัน ชนกับลำโพงบนเวที ชนกับป้ายของโรงเรียน ยินดีต้อนรับไอ้ทอดด์
ชนมือกีต้า แล้วกลางความมั่วนี้ ผมแอบมองพระจันทร์เต็มดวงที่ดูแลเราทั้งหมด
นึกในใจว่าท่านอยู่กับผมตั้งแต่ เพนซูเวเนีย นิวยอร์ค เยอรมัน สิงคโปว์
หาดใหญ่ ถึงพัทลุง กลางความหรอยนี้เราขอให้เด็กทุกคนยกมือไหว้พระจันทร์
ไหว้พ่อแม่ ไหว้ตัวเอง ขอทุกคนเอามือมารวมกันแล้วสัญญาว่าทุกคนจะรักเมืองลุง
จะรักปักษ์ใต้ จะรักประเทศไทย ดาวเคราะห์นี้ ตลอดเวลาที่อยู่บนโลกนี้และชาติหน้าด้วย
ผมลาคนดู และน้องมายด์เดินขึ้นมาจากกลางฝูงคนแล้วมองหน้าผม หมวกเบียร์สิงห์สะท้อนแสง
และพูดเหมือนโดนแม่บังคับว่า พี่ทอดด์ไม่น่ากลัวค่ะ และก็ยิ้ม ผมเกือบหันหน้ากลับ
แต่ได้ยินเขาพูดเบาๆว่า แต่พี่อ้วนจัง เด็กคนนี้คงจะไม่ได้พูดคำอื่นอีกเลยตลอดชีวิต
เพราะกูจะฆ่าเขา เล่นเสร็จแล้วอาจารย์เหน่งชวนทั้งแก๊งไปกินข้าวต้ม
20 กว่าคนนั่งแล้วหัวผมหมุนแล้ว ไม่ไหวแล้ว เหงื่อยังไหลออกจากแขน
ผมอยู่หัวโต๊ะ มีแต่ผู้ชายใต้รอบตัว มื้อนี้เขากินผมเป็นมื้อเย็นของเขา
ตลก หัวเราะกัน แหลงใต้กัน แล้วแต่ละมุข ข้ามหัวผม ขณะที่น้องแหม่มจากตรัง
พยายามจะแปลแต่ไม่ทัน ทอดด์โดนเต็มที่ ผมไล่ทั้งแก๊ง และเตือนวงว่าพรุ่งนี้พวกมึงทั้งหมด
จะไปอยู่คุกแล้ว ผมหนีไปอยู่โรงแรมแล้วได้เมคเลิฟกับหมอนเป็นท่านแรกใน
3 วันที่ผ่านมา เสียงภาษาใต้ ไทยกลาง ภาษานิวยอร์ค เพนซูเวเนีย ทั้งหมดหมุนอยู่ในขณะที่หันหน้าซ้ายขวา
ด้วยความดีใจว่า กูจะหลับแล้ว และหลับได้เต็มที่ 6 ชั่วโมงเอง อาจารย์เหน่งมาปลุกเรา
พาเราไปกินกาแฟโบราณที่เขากรองกาแฟผ่านถุงเท้าเก่ามั้ง หรืออะไรสักอย่าง
ยังไงก็หรอย เวิร์ก ดี และเมื่อกาแฟเข้าเส้นเลือดเรามีชีวิตชีวาใหม่
พร้อมคำพูดเบาๆของสัสดีเรือนจำพัทลุงท่านณรงค์ ท่านณรงค์บอกว่ามี 777
ท่าน ที่รอฟังเราตอนเช้าวันนี้ เขาอธิบายว่าในเมืองไทยควบคุมคนในคุกด้วยใจ
แต่ในตะวันตกอย่างบ้านทอดด์ ต้องควบคุมด้วยพลัง คุณณรงค์แนะนำเรากับคุณฉกาจ
เมือกีต้าร์ที่อยู่ในคุกเพราะขายยาบ้า ซึ่งบ่นว่ามีเพื่อนเล่นกีต้าร์ร่วมแต่เล่นไม่ค่อยจะเข้าขากัน
เราเลยเข้าคุกเพื่อพูด เพื่อเฮฮากับผู้ต้องขัง (เคยไปพูดในเรือนจำแล้วใช้คำผิดว่านักโทษ
คนมองหน้าเราสองชั่วโมงเหมือนจะกินเรา) ผมพูดเรื่องที่ผมเรียกว่า Freedom
inside ความอิสระข้างใน คิดขึ้นมาได้ตอนอยู่บนเครื่องบิน และมีผู้หญิงอินเดียขวาเหมือนพยายามยัดยาใส่ปากผม
ผู้หญิงเยอรมันอ้วนๆ ซ้ายมือพยายามยัดน้ำหอมใส่จมูก นึกในใจว่าแค่อยากจะเดินเล่นบนปีกเครื่องบินสักพัก
นึกในใจว่าใครเล่าอิสระอย่างแท้จริง หรือว่าเราทุกคนมีอิสระ ผมพูดครึ่งชั่วโมงกว่าแล้วรู้สึกว่าสอนมากไปจนเริ่มสัมภาษณ์คน
ได้เรื่องจากแม่ลอย อายุ 63 แม่ของลูก 7 คน ติดคุกเพราะการปล้นใช้เวลา
3 ปีแล้วเหลือแค่ 8 ปี แม่ลอยหัวเราะเวลาผมพยายามแหลงใต้ ฟังไม่รู้เรื่อง
และเวลาผมพยายามดึงเสื้อยืดที่ว่าจะแจกให้ข้ามหัวเธอ สุดท้ายเธอดิ้นเหมือนเด็กโดนไฟไหม้
จนผมใส่ถุงและโยนให้ ผมเลยดึงให้หน่องกับนุ๊ ขึ้นเพลงBlues แล้วให้แม่ลอยเลือกคีย์ที่ชอบ
เธอยิ้มแบบ งงๆ มั่วๆ แล้วชี้หัวทอดด์ว่าตัวดีอยู่นี่ ผมแอบนึกในใจว่าหมายถึงให้เล่นคีย์ดีหรือทอดด์เป็นตัวดีของเธอ
คนหัวเราะ ผมแปลเป็นคำสั่งว่าอยากให้เราเล่นเพลงในคีย์ดี แม่ลอยสั่งต่อว่า
เล่นเร็วๆด้วยนะเว้ย แต่ก่อนเราเล่น คุณเขียวขึ้นเวทีและเล่าเรื่องชีวิตเขาอีก
อายุ 40 เหลืออีก 2 ปี อยากหางานถูกกฎหมายเพราะในชีวิตเคยทำแต่งานผิดกฎหมาย
มันเหมือนกันแต่เบื่อคุก เราเอาคำพูดของคุณเขียวกับแม่ลอยเข้าในเพลงแม่เขียว
และคุณฉกาจขึ้นมาเป็นแขกรับเชิญ และดีด ตบ เล่นกีต้า จนวิญญาณ กระโดดออกมาจากเครื่องดนตรี
ทุกคนเป็นพยานดูเขาบินเหมือนแมลงวัน ในขณะที่ผมเดินทั่วเรือนจำ ถามคนว่าเป็นยังไรบ้าง
ส่วนใหญ่ได้คำตอบว่าพี่มีสักหนึ่งร้อยมั้ยครับ พี่มีตังค์รึเปล่า มีบุหรี่มั้ย
เบอร์โทรศัพท์แฟนพี่เบอร์อะไร ผมอยู่ข้างล่างตอนน้องเจี๊ยบขึ้นเวทีและร้องเหมือนนางฟ้า
เสียงไพเราะจริงๆ และนุเล่นเหมือนเป็นญาติคนผิวดำ รู้สึกเราจะล้า เรามีอะไรมากกว่านี้ตอนก่อนเรามาถึงเรือนจำ
ผมออกไปขอบคุณผู้ต้องขังในขณะที่เดินออก มีท่านหนึ่งจับแขน ทอดด์แน่น
ผมหันหน้าไปหา ตาผมเจอะตาเขา น้ำตายังติดแก้ม เขายืนสั่นและบอกว่า
ไม่รู้จะให้อะไรกับพี่ถึงจะคุ้มกับสิ่งที่พี่ให้เราในวันนี้ เขาก็เลยถอดเสื้อแล้วยื่นให้ผม
ผมมองหน้าคนที่โป๊ครึ่งนึงแล้วนึกในใจว่าจะทำยังไงดี จึงถอดเสื้อผมออกมาให้เขา
แลกกัน แล้วนึกในใจด้วยความซึ้งว่าเสื้อใครเหม็นกว่า เราทั้งสองคนใส่เสื้อตัวใหม่แล้วเดินจับมือออกด้วยกัน
ผมนึกในใจว่าไม่ต้องการอะไรมาก แค่นี้ก็พอ ก่อนจะหนีพัทลุงได้ พวกเรานักโทษถูกจับ
ติดค้างอยู่ที่ร้านเจ๊ณี ร้านข้าวแกง ถูกบังคับกินแกงไตปลา และแกงกะทิใบกูด
บางอย่างอร่อย บางอย่างเผ็ดจนไม่รู้ว่ามนุษย์กินได้ยังไง แต่รู้สึกอิ่ม
ผมต้องลาความรักที่บ้านที่เพนซิเวเนีย ความรักของเพื่อนที่นิวยอร์ค
จนถูกพิพากษาให้อดทนกับความรักที่พัทลุง ผมยังได้ยินเสียงแม่ลอย ตอนพูดให้ตัวเองฟังว่า
มันไม่จบนะ มันไม่มีวันจบ
ปล. พบกันที่ สุราษฏร์ธานี
หนังตะลุง
นายหนังคือผู้เชิด
อาจมีสิ่งที่เรามองไม่เห็น เพียงรู้สึก
เป็นภาพจริง หรือเพียงเงาของตัวละครที่เคลื่อนไหว
เพิ่มเสียงปี่ ลดเสียงปี่ แบ่งปันช่วงเวลาเข้าสู่ใบหน้าของคนดู
เรามักจะไม่เห็นหน้าอย่างที่เป็นอยู่นี้
เราจะเห็นแต่ปลายภาพ
เห็นบางภาพ เหมือนใกล้ เหมือนไกล
ซึ่งทั้งหมดผ่านสายตาของศิลปิน
เต้นรำบนโลกนี้เป็นครั้งคราว วับวาวอยู่บนท้องฟ้า
หลังจอ คือเมฆหมอก และพระอาทิตย์
พวกเราคือนักแสดงเหมือนกันหรือมิใช่
ในขณะที่เสียงสะท้อนของการหัวเราะ เงียบลง
ลุงเท่ง จะเล่าเรื่องราวของสิ่งที่เคยเป็นปัจจุบัน ตลอดไป
ความงามอย่างนี้ แสงสวยอย่างนี้ ไหลไปบรรจบในค่ำคืน
เคยมีกลางวัน เคยมีห้วงเวลา ทั้งหมดคือหนังตะลุง







|